วิธีหนีนรก

     วิธีหนีนรก

     ๑. หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน)

     "วิธีป้องกันไม่ให้ลงอบายภูมิง่ายที่สุด... คือ ๑. ทรงศีล ๕ ให้บริสุทธิ์เป็นปกติ... ๒. ก่อนจะหลับ... นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์... จะภาวนา 'พุทโธ' หรือจะนึกถึงพระรูปพระโฉมของท่าน           ก็ได้... ทำจิตให้สบายแล้วหลับไป... ทำอย่างนี้ทุกวันจนเป็นฌาน... ถ้าทำได้แค่นี้... ต่อให้บาปกรรมเก่าจะหนักแค่ไหนก็ตาม... เวลาจะตายจิตมันจะจับพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์... ปิดประตู             อบายภูมิได้ร้อยเปอร์เซ็นต์... อย่างเลวที่สุดก็ไปเกิดเป็นเทวดา"

     ที่มา: ธรรมเทศนา หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     ๒. หลวงปู่ชา สุภัทโท

     "ศีล ๕ นี่แหละคือธรรมะที่ทำให้คนเป็นคน... เป็นเครื่องป้องกันไม่ให้เราตกต่ำไปกว่ามนุษย์... ถ้าเรามีศีล ๕ บริบูรณ์... เราก็ไม่ต้องกลัวอบายภูมิ... เพราะเหตุที่จะไปอบายภูมิมันไม่มี... เหมือน       เราสร้างรั้วบ้านไว้ดีแล้ว... หมาหรือสัตว์ร้ายข้างนอกมันก็เข้ามาไม่ได้... ศีลนี่แหละคือรั้วกั้นใจของเรา... ไม่ให้ความชั่วมันเข้ามา"

     ที่มา: โอวาทธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท

     ๓. หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

     "ให้มีสติ... สำรวจจิตใจของเราอยู่เสมอ... อย่าให้มันไหลไปตามความคิดชั่วๆ... ความคิดที่จะฆ่าเขา เบียดเบียนเขา ลักขโมยเขา... ให้รีบตัดมันเสีย... ให้พยายามสร้างแต่กรรมดี... มีเมตตา... ให้       ทาน... รักษาศีล... กรรมดีเหล่านี้แหละจะเป็นเสบียง... เป็นกำลังหนุนให้จิตใจของเราไปสู่สุคติ... กรรมชั่วมันจะได้ไม่มีกำลังมาฉุดเราลงไป"

     ที่มา: ธรรมเทศนา หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

     ๔. หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

     "ศีลเป็นพื้นฐานแห่งคุณงามความดีทั้งปวง... เป็นประดุจแผ่นดินที่รองรับต้นไม้... หากไม่มีแผ่นดิน ต้นไม้จะเจริญงอกงามได้อย่างไร... ฉันใดก็ฉันนั้น... หากไม่มีศีลแล้ว... สมาธิและปัญญา       ก็เกิดขึ้นไม่ได้... จิตใจย่อมตกไปสู่ที่ต่ำ... เพราะฉะนั้นจงสมาทานรักษาศีลให้บริสุทธิ์... เพื่อเป็นรั้วกั้นป้องกันตนจากอบายภูมิ"

     ที่มา: โอวาทธรรมจากหนังสือ มุตโตทัย

      ๕. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ (เจริญ สุวฑฺฒโน)

     "การปิดประตูอบายภูมิได้อย่างเด็ดขาดและถาวรนั้น... ต้องอาศัยปัญญาจากการเจริญวิปัสสนา... จนสามารถละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๓ ประการได้... คือ ๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นผิดว่ากายใจนี้          เป็นตัวตน... ๒. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย... ๓. สีลัพพตปรามาส ความยึดมั่นในศีลพรตอย่างงมงาย... เมื่อละได้แล้วย่อมได้ชื่อว่าเป็นพระโสดาบัน... จะไม่ไปเกิดในอบายภูมิ          อีกต่อไป"

Visitors: 61,885