ariyasong.com

                                                                                UNESCO ได้ประกาศยกย่อง พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

          ในการประชุมสมัยวิสามัญของ UNESCO ครั้งที่ ๔๐ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ องค์การ UNESCO (องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) ได้ประกาศยกย่องให้ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ในวาระที่มีชาตะกาลครบ ๑๕๐ ปี ในพ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำวาระปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ นับเป็นพระอริยสงฆ์รูปที่ ๓ ของประเทศไทยนับตั้งแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระอาจารย์ทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากบรรพชิต และคฤหัสถ์ในทุกภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย

          วัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของหลวงปู่มั่นคือ บิณฑบาตเป็นวัตร ฉันในบาตรเป็นวัตร ฉันมื้อเดียวเป็นวัตร และใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร หากผู้ใดต้องการถวายจีวร ผ้าสบง ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเล็กๆน้อยๆ ใดๆแก่ท่าน ก็เป็นอันรู้กันว่าจะต้องนำไปวางไว้ที่บันไดบ้าง วางไว้ใกล้ๆกุฏิของท่านบ้าง วางไว้ตรงทางเดินไปห้องน้ำบ้าง เมื่อท่านเห็นก็จะบังสุกุลเอา บางผืนท่านก็ใช้ บางผืนท่านก็ไม่ใช้ ใครไม่รู้อัธยาศัยแล้วนำไปถวายกับมือ ท่านจะไม่รับ

                                                                                                 โอวาทธรรม

" ได้สมบัติทั้งปวง ไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตัวตนเป็นบ่อเกิดแห่งสมบัติทั้งปวง"

" การทำความเพียรของผู้ตั้งใจจะข้ามโลกไม่ขอเกิดมาแบกหามกองทุกข์นานาชนิดอีกต่อไป ต้องเป็นความเพียรชนิดเอาตายเข้าแลกกัน"

"คนชั่ว ทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี คนดีทำดีได้ง่าย และติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป"

 

 

 

                  

                                             

     ความจริงของชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้

     คนส่วนใหญ่ตายแล้วไปอบายภูมิ

    ๑. หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน)

    "คนที่ตายแล้วไปสวรรค์ หรือไปพรหมโลก หรือไปนิพพานมีจำนวนน้อย... แต่คนที่ตายแล้วไปอบายภูมิมีจำนวนมาก... พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สัตว์ที่ตายแล้วกลับมาเกิดเป็นมนุษย์มี                 ประมาณเท่าเศษดินที่ติดปลายเล็บ... ที่เหลือทั้งหมดลงอบายภูมิ... เพราะอะไร? เพราะว่าตอนมีชีวิตอยู่ทำความชั่วมากกว่าความดี... เอาแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่สนใจศีลธรรม...         พอตายปุ๊บ จิตมันก็ดิ่งลงข้างล่างทันที... เพราะฉะนั้นลูกหลานทั้งหลายจงอย่าประมาท"

     ที่มา: ธรรมเทศนา หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     ๒. หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

     "คนเราและสัตว์เวลามันตาย จิตมันไม่ได้สูญนะ... มันไปตามกรรมของมัน... กรรมดีก็พาไปสู่สุคติ... กรรมชั่วก็ฉุดลากลงนรก... สัตว์นรกมีจำนวนมากกว่ามนุษย์และเทวดานับประมาณไม่ได้          เลย... เพราะสัตว์โลกส่วนใหญ่มีแต่สร้างกรรมชั่วใส่ตัว... ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม... จิตใจมันเศร้าหมองขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา... พอตายลง มันก็ไม่มีทางไปที่อื่น นอกจาก                  อบายภูมิ"

      ที่มา: ธรรมเทศนา หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

      ๓. หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

      "จิตที่ไม่ได้อบรม ไม่ได้ฝึกหัด ย่อมไหลไปสู่ที่ต่ำเป็นธรรมดา... เหมือนน้ำที่ย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ... จิตของปุถุชนที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส เมื่อตายไปแล้ว ย่อมมีทุคติเป็นที่ไปในเบื้อง             หน้า... โอกาสที่จะได้กลับมาสู่สุคติภพนั้นยากนัก... ฉะนั้นท่านทั้งหลายผู้ยังมีชีวิตอยู่ จงอย่าได้ประมาทในการสั่งสมคุณงามความดีและชำระจิตใจของตน"

       ที่มา: โอวาทธรรมจากหนังสือ มุตโตทัย

       ๔. หลวงปู่ชา สุภัทโท

       "คนส่วนมากกลัวผี... แต่ไม่กลัวการไปเกิดเป็นผี... เปรต อสูรกาย สัตว์นรก นั่นแหละคือผี... ทำไมถึงไปเกิดเป็นอย่างนั้น? ก็เพราะทำเหตุที่ไม่ดีไว้... ผิดศีล ๕... โลภ โกรธ หลง... ใจมันร้อน           รุ่ม... พอตายไปมันก็ไปสู่ภพภูมิที่ร้อน... ที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน... ถ้าเราไม่อยากไปเกิดเป็นผี ก็ต้องรักษาศีลให้ดี... ทำใจให้มันเย็น... ให้มันสว่าง"

       ที่มา: โอวาทธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท

       ๕. หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

       "พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบผู้ที่ไปสู่สุคติกับทุคติไว้... ผู้ที่ตายแล้วไปสู่สุคติมีจำนวนเท่าเขาโค... ส่วนผู้ที่ไปสู่ทุคติมีจำนวนเท่าขนโค... มันต่างกันลิบลับเลย... เพราะคนส่วนใหญ่ปล่อยชีวิต         ไปตามอำนาจของกิเลส... ไม่มีความละอาย ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป... กรรมชั่วที่ทำไว้มันก็จะรวมตัวกันฉุดกระชากลากถูเอาดวงจิตนั้นไปสู่อบายภูมิ"

       ที่มา: โอวาทธรรมจากหนังสือ พุทธาจาโรบูชา


 


Visitors: 61,852